สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย

ข่าวกิจกรรม

สสท. เป็นหัวหอกผลักดันขอเอกสารสิทธิให้สหกรณ์ เตรียมยื่นหนังสือแก่ภาครัฐ “เราจะไม่ทิ้งสหกรณ์ใดสหกรณ์หนึ่งไว้ข้างหลัง”

โดย สุภ์จิตรา ปิยะจันทร์
 วันที่ 18 มี.ค. 2564 เวลา 10:27 น.
 259
UploadImage

สสท. เป็นหัวหอกผลักดันขอเอกสารสิทธิให้สหกรณ์ เตรียมยื่นหนังสือแก่ภาครัฐ “เราจะไม่ทิ้งสหกรณ์ใดสหกรณ์หนึ่งไว้ข้างหลัง”
 
(17 มีนาคม 2564) สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย (สสท.) นำโดย นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม ประธานคณะกรรมการดำเนินการ และดร.ปัณฐวิชญ์ มุ่งสมัครศรีกุล ผู้อำนวยการฯ จัดประชุมเพื่อหารือแนวทางในการแก้ไขปัญหาด้านเอกสารสิทธิในที่ดินที่ทำกินและอยู่อาศัย ให้แก่กลุ่มเครือข่ายสหกรณ์นิคมผู้เช่า 13 สหกรณ์นิคม ณ ห้องประชุมรัชนี 6 ศูนย์การประชุมรัชนีแจ่มจรัส (น.ม.ส.)สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย
 
นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม ประธานฯ สันนิบาตสหกรณ์ฯ เปิดเผยว่า สันนิบาตสหกรณ์ฯ จัดประชุมเพื่อหารือแนวทางในการแก้ไขปัญหาด้านเอกสารสิทธิในที่ดินที่ทำกินและอยู่อาศัย ให้แก่กลุ่มเครือข่ายสหกรณ์นิคมผู้เช่า 13 สหกรณ์นิคม ที่ผ่านมาไม่มีความคืบหน้ามากว่า 10 ปี สันนิบาตสหกรณ์ฯ จึงได้ทวงถามถึงเอกสารสิทธิดังกล่าว เนื่องจาก ได้ลงพื้นที่และรับทราบว่าในพื้นที่ดังกล่าว ไม่ได้มีสภาพเป็นป่าสงวนแต่อย่างใด มีแต่งบประมาณจากภาครัฐ เพื่อให้ปลูกต้นไม้เพิ่ม ปลูกป่าเสริม แต่ไม่ได้พยายามช่วยเหลือพี่น้องสหกรณ์ที่พยายามขอสิทธิในพื้นที่ทำกิน สันนิบาตสหกรณ์ฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ เตรียมผลักดันสหกรณ์ผู้ได้รับความเสียหายยื่นหนังสือ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและทวงถามถึงความถูกต้อง ในการเข้าไปทำกิน กว่า 62 ปี (ตั้งแต่ปี พ.ศ.2502) ยืนยัน “เราจะไม่ทิ้งสหกรณ์ใดสหกรณ์หนึ่งไว้ข้างหลัง”
 
นายเจียง นาอุดม กรรมการดำเนินการสันนิบาตสหกรณ์ฯ ในฐานะผู้เข้าร่วมประชุม ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “ตนรู้สึกขอบคุณสันนิบาตสหกรณ์ฯ ที่เข้ามาผลักดันในเรื่องที่ดินทำกินของสหกรณ์นิคม ซึ่งที่ผ่านมา ไม่ได้รับการเหลียวแลจากภาครัฐเลย เคยไปยื่นหนังสือหลายครั้งแต่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ ที่ประชุมในครั้งนี้ จึงมีมติตั้งคณะทำงานเพื่อเตรียมยื่นหนังสือถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี, ประธานสภาผู้แทนราษฎร, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อทวงถามถึงการช่วยเหลือเพื่อให้ประชาชนได้มีที่ทำกินโดยสหกรณ์นิคมได้พยายามผลักดันเรื่องนี้มาโดยตลอด”
 
นายเจียง นาอุดม กล่าวอีกว่า “อยากให้คณะรัฐมนตรี และผู้มีอำนาจ ออกกฤษฎีกาเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติ เพราะข้อเท็จจริงแล้ว ประชาชนได้เข้าไปอยู่ในพื้นที่ ในปี พ.ศ.2502 ก่อนที่จะกำหนดพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าสงวน ในปี พ.ศ.2507 ขณะนี้ ในปี พ.ศ.2546 ในพื้นที่ 14 ป่า 13 นิคมสหกรณ์ มีสภาพเป็นป่าเสื่อมโทรม ปัจจุบันในพื้นที่มีวัด โรงเรียน โรงพยาบาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีสาธารณูปโภค ทั้งน้ำประปาและไฟฟ้า เป็นที่อยู่ของประชาชนหมดแล้ว จึงอยากวิงวอนขอให้ภาครัฐจัดที่ทำกินและเอกสารสิทธิให้ถูกต้องตามกฎหมาย”
 
สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย จะเร่งดำเนินการเรื่องนี้เพื่อให้สมาชิกสหกรณ์ได้รับเอกสารสิทธิในที่ดินทำกิน ความคืบหน้าในเรื่องการยื่นหนังสือฯ ทีมข่าวโคออปนิวส์ จะนำมารายงานให้ทราบ ต่อไป


UploadImage

UploadImage

UploadImage

UploadImage

UploadImage

UploadImage

UploadImage