สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย

ข่าวประชาสัมพันธ์

บทความ : แนวคิดต่อหนังสือ “การจัดการสหกรณ์ออมทรัพย์”

โดย นางสาวสุภ์จิตรา ปิยะจันทร์
 วันที่ 31 ส.ค. 2569 เวลา 15:06 น.
 74
UploadImage

 แนวคิดต่อหนังสือ “การจัดการสหกรณ์ออมทรัพย์”

UploadImage

หนังสือ **“การจัดการสหกรณ์ออมทรัพย์”** จัดทำโดยสถาบันวิชาการด้านสหกรณ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย รองศาสตราจารย์จุฑาทิพย์ ภัทราวาท อาจารย์วรเทพ ไวทยาวิโรจน์ และอาจารย์สุรจิตต์ แก้วชิงดวง ภายใต้โครงการวิจัยเรื่อง “การขับเคลื่อนการพัฒนาระบบการเงินสหกรณ์ออมทรัพย์ที่เอื้อต่อการพึ่งพาตนเองและร่วมมือกัน” มีเจตนารมณ์เพื่อเป็นกรอบคิดและแนวทางสำหรับผู้นำ คณะกรรมการ ฝ่ายจัดการ และผู้เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการสหกรณ์ออมทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ มั่นคง และสอดคล้องกับอัตลักษณ์ของสหกรณ์ 

UploadImage
 
สาระสำคัญของหนังสือชี้ให้เห็นว่า **สหกรณ์ออมทรัพย์มิใช่สถาบันการเงินที่มุ่งแสวงหากำไรสูงสุดเช่นเดียวกับธุรกิจทั่วไป แต่เป็นองค์การของสมาชิก เพื่อสมาชิก และโดยสมาชิก** มีวัตถุประสงค์สำคัญในการส่งเสริมการออม สร้างวินัยทางการเงิน ให้สินเชื่อแก่สมาชิกตามความจำเป็น และยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิกและชุมชน การดำเนินงานจึงต้องรักษาสมดุลระหว่างความสำเร็จทางเศรษฐกิจกับความสำเร็จทางสังคม ตลอดจนยึดมั่นในคุณค่าและหลักการสหกรณ์ โดยเฉพาะการพึ่งพาตนเอง ความรับผิดชอบ ความเสมอภาค ความเป็นธรรม การมีส่วนร่วม และการควบคุมองค์กรตามหลักประชาธิปไตย

ด้าน **การบริหารจัดการสหกรณ์ออมทรัพย์** หนังสือเน้นการมีส่วนร่วมของบุคคลสำคัญ 3 ฝ่าย ได้แก่ สมาชิก คณะกรรมการดำเนินการ และฝ่ายจัดการ โดยสมาชิกเป็นเจ้าของและมีอำนาจควบคุมขั้นสุดท้ายผ่านที่ประชุมใหญ่ คณะกรรมการดำเนินการทำหน้าที่กำหนดนโยบาย เป้าหมาย แผนงาน และทิศทางเชิงกลยุทธ์ ส่วนผู้จัดการและฝ่ายจัดการมีหน้าที่นำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ การจัดการที่มีประสิทธิผลจึงต้องกำหนดบทบาทและความรับผิดชอบของแต่ละฝ่ายให้ชัดเจน ไม่ก้าวก่ายกัน และมีระบบข้อมูลที่เอื้อต่อการตัดสินใจอย่างเหมาะสม
 

UploadImage

กระบวนการจัดการสหกรณ์ประกอบด้วย **การวางแผน การจัดองค์การ การสั่งการและประสานงาน และการควบคุม** โดยนำทรัพยากรของสหกรณ์ ได้แก่ คน เงินทุน วัสดุอุปกรณ์ และข้อมูลข่าวสาร มาใช้เพื่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ บริการ สวัสดิการ และความพึงพอใจของสมาชิก กระบวนการดังกล่าวต้องเชื่อมโยงตั้งแต่การกำหนดเป้าหมายและแผนกลยุทธ์ การจัดโครงสร้างและมอบหมายงาน การพัฒนาบุคลากรและการสื่อสาร ไปจนถึงการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับแผนและนำผลไปปรับปรุงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง   หนังสือยังให้ความสำคัญกับการบริหารตามเกณฑ์คุณภาพ การประเมินตนเอง และการประยุกต์แนวทางบริหารคุณภาพโดยรวม เพื่อยกระดับสหกรณ์สู่มาตรฐานการบริหารจัดการที่ดี
 

UploadImage

ด้าน **การบริหารการเงิน** ถือเป็นภารกิจสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากสหกรณ์ออมทรัพย์ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการรับฝากเงิน การระดมทุน และการให้สินเชื่อแก่สมาชิก หนังสืออธิบายว่า การเป็นองค์กร “ไม่มุ่งหากำไร” มิได้หมายความว่าสหกรณ์ไม่ควรมีกำไร แต่หมายถึงการนำผลกำไรกลับไปสร้างประโยชน์แก่สมาชิกตามหลักสหกรณ์ การบริหารการเงินจึงต้องคำนึงถึงทั้งประสิทธิภาพ ความมั่นคง ความมีเสถียรภาพ ธรรมาภิบาล ความเป็นธรรม และการพึ่งพาและร่วมมือกันในระบบสหกรณ์ 
 
การจัดการการเงินที่ดีต้องครอบคลุมการวิเคราะห์ฐานะและผลการดำเนินงาน การวางแผนและพยากรณ์ทางการเงิน การบริหารโครงสร้างเงินทุนและต้นทุนเงินทุน การจัดหาเงินทุน การประมาณการกระแสเงินสดและบริหารสภาพคล่อง การลงทุน ตลอดจนการควบคุมการใช้เงินให้เป็นไปตามนโยบายและแผนที่กำหนด โดยมีงบประมาณ ระบบรายงาน การตรวจสอบกิจการ และการควบคุมภายในเป็นเครื่องมือสำคัญ ทั้งนี้ การรักษาสภาพคล่องต้องอยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่มากจนเกิดต้นทุนค่าเสียโอกาส และไม่น้อยจนกระทบต่อความสามารถในการชำระภาระผูกพันของสหกรณ์
 

UploadImage

ในส่วนของ **การตรวจสอบการบริหารการเงิน** หนังสือเสนอหลัก “Triple A” ได้แก่ **Advise, Assist และ Audit** กล่าวคือ ผู้ตรวจสอบกิจการมีบทบาททั้งการให้คำแนะนำ ช่วยให้ความรู้หรือสาธิตวิธีปฏิบัติ และตรวจสอบว่าการดำเนินงานเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ นโยบาย และแผนงานหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ผู้ตรวจสอบต้องรักษาความเป็นอิสระและไม่เข้าไปปฏิบัติงานแทนเจ้าหน้าที่สหกรณ์  หนังสือยังกล่าวถึงการประเมินตามแนวทาง CAMELS ซึ่งครอบคลุมความเพียงพอของเงินทุน คุณภาพสินทรัพย์ ประสิทธิภาพการบริหาร ความสามารถในการหารายได้ และสภาพคล่อง เพื่อให้สามารถมองเห็นฐานะและความเสี่ยงของสหกรณ์อย่างเป็นระบบ
 
ด้าน **การควบคุมภายใน** หนังสือให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะเป็นกลไกพื้นฐานในการรักษาทรัพย์สิน สร้างความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูลทางบัญชี เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ทำให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามนโยบาย และช่วยป้องกันหรือค้นพบข้อผิดพลาดและการทุจริต  ระบบควบคุมภายในที่ดีต้องมีการแบ่งแยกหน้าที่ระหว่างงานปฏิบัติการ การเงิน บัญชี การดูแลทรัพย์สิน และการตรวจสอบ ไม่ควรให้บุคคลเดียวควบคุมธุรกรรมทั้งหมด รวมถึงต้องมีระเบียบปฏิบัติเป็นลายลักษณ์อักษร ระบบบัญชีและงบประมาณที่ดี เอกสารที่สามารถติดตามตรวจสอบได้ และบุคลากรที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับหน้าที่
 
การควบคุมภายในต้องครอบคลุมทั้งเงินสดและเงินฝากธนาคาร ลูกหนี้เงินกู้ สินทรัพย์ถาวร เงินรับฝาก เงินกู้ยืม ทุนเรือนหุ้น ทุนสะสม รายได้ และค่าใช้จ่าย ตัวอย่างมาตรการสำคัญ ได้แก่ การแยกพนักงานการเงินออกจากพนักงานบัญชี การตรวจนับเงินสด การจัดทำงบกระทบยอดธนาคารโดยบุคคลที่มิใช่ผู้รับผิดชอบเงิน การอนุมัติเงินกู้ตามระเบียบ การตรวจสอบหลักประกัน และการยืนยันยอดลูกหนี้และเงินฝากเป็นระยะ
 
ส่วน **กรณีศึกษา** ในช่วงท้ายของหนังสือสะท้อนให้เห็นความสำคัญของธรรมาภิบาล ความรับผิดชอบ และการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบอย่างเคร่งครัด คณะกรรมการดำเนินการในฐานะผู้แทนสมาชิกต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ระมัดระวัง และรอบคอบ เพราะการตัดสินใจหรือมติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือสร้างความเสียหายแก่สหกรณ์อาจนำไปสู่ความรับผิดของกรรมการได้  หนังสือยกตัวอย่างทั้งกรณีการให้สมาชิกออกจากสหกรณ์โดยไม่มีกระบวนการสอบสวนที่ถูกต้อง การอนุมัติเงินกู้ผิดไปจากระเบียบ และการเปลี่ยนเงื่อนไขเงินกู้ในลักษณะที่เพิ่มความเสี่ยงแก่สหกรณ์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า แม้กรรมการจะมีเจตนาช่วยเหลือสมาชิก แต่ไม่สามารถใช้ดุลพินิจนอกเหนือกฎหมาย ข้อบังคับ หรือระเบียบที่กำหนดไว้ได้  
 
โดยสรุป หนังสือเล่มนี้เสนอกรอบการบริหารสหกรณ์ออมทรัพย์ที่เชื่อมโยง **หลักการสหกรณ์ การบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ การบริหารการเงิน การบริหารความเสี่ยง การตรวจสอบ การควบคุมภายใน และธรรมาภิบาล** เข้าด้วยกัน โดยมีสมาชิกเป็นศูนย์กลาง ความสำเร็จของสหกรณ์จึงไม่ควรวัดจากกำไรหรือการเติบโตของสินทรัพย์เพียงด้านเดียว แต่ต้องพิจารณาควบคู่กับความมั่นคงขององค์กร ความโปร่งใส ความเป็นธรรม การมีส่วนร่วม และประโยชน์ที่เกิดขึ้นแก่สมาชิก
 

UploadImage

สาระสำคัญที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ คือ **คณะกรรมการต้องกำหนดทิศทางและกำกับดูแลอย่างรับผิดชอบ ฝ่ายจัดการต้องบริหารงานอย่างมืออาชีพ สมาชิกต้องทำหน้าที่ในฐานะเจ้าของ และผู้ตรวจสอบกิจการต้องทำหน้าที่อย่างเป็นอิสระและมีประสิทธิภาพ** เมื่อกลไกทั้งสี่ส่วนทำงานอย่างสมดุลภายใต้ระบบควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม ย่อมช่วยให้สหกรณ์ออมทรัพย์สามารถดำเนินงานได้อย่างมั่นคง มีประสิทธิภาพ และรักษาอัตลักษณ์ของการเป็นองค์กรที่สมาชิกพึ่งพาตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้อย่างยั่งยืน.